วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

5. “ฮ่อมแฮงแป๋งเวียง”

“ฮ่อมแฮงแป๋งเวียง” (พ.ศ. 2527 – ปัจจุบัน=25 ปี)
5.1 นครลำปางในทุกวันนี้มีชาวลำปาง “ฮ่อมแฮงแป๋งเวียง” ทำกิจกรรม เพื่อร่วมกำหนดจิตวิญญาณของเมือง มีลานกิจกรรมสำคัญคือ ข่วงเมือง
5.2 กิจกรรมด้านอนุรักษ์และพัฒนามีมากขึ้น อาทิ ฟื้นประเพณีและงานรำลึกต่างๆ (พ.ศ. 2527 งานหลวงเวียงละกอน ครั้งที่ 1 “ประเพณีล่องสะเปาชาวละกอน” ปี พ.ศ. 2537, งานรำลึกปวส.รถไฟรถม้าครั้งแรก 2543 ฯลฯ) ปรับภูมิทัศน์และผังเมือง (อาทิ พ.ศ. 2540 ศูนย์ราชการย้ายทิศใต้, สนามกอล์ฟเป็นสวนสาธารณะ, บูรณะอาคารเก่า, ข่วงเมือง) ถนนคนเดินตลาดกองต้า กลุ่มกิจกรรมและโครงการสาธารณะต่างๆ (อาทิ โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ,แผนที่มรดกทางวัฒนธรรม (สผ.-2549), การอนุรักษ์วัดปงสนุกฯลฯ)

4.ศูนย์การบริหารราชการภาคเหนือตอนบน

ศูนย์การบริหารราชการภาคเหนือตอนบน (พ.ศ. 2512 – ก่อน พ.ศ. 2527=15 ปี)
4.1 คนในเริ่มกล่าวถึง “คำสาปเมือง” มากขึ้น เมื่อลำปางเริ่มนิ่งและซบเซาอย่างหาเหตุผลไม่ได้ชัด จากที่เคยเป็น (และหวังเป็น) ศูนย์กลางภาคเหนือตอนบน
4.2 ถนนสาย 11 (อินทร์บุรี-เชียงใหม่) ทำให้มีเส้นทางคมนาคมมุ่งสู่เชียงใหม่ได้สะดวกขึ้น ต่อมาศูนย์ราชการและความเจริญเริ่มย้ายจากลำปางไปสู่เชียงใหม่ (อาทิ กองบัญชาการตำรวจภูธร สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 (สถานีโทรทัศน์), ธนาคารแห่งประเทศไทย เจ้าภาพกีฬาเขตเป็นเพียงอดีต เกิดปรากฏการณ์ “คนในออก (มาเรียนหนังสือและทำงาน) คนนอกเข้า (มาทำราชการและพนักงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ)” เมืองเริ่มนิ่งเพราะรายได้ของคนในเมืองมาจากเงินเดือนประจำ เงินหมุนเวียนในลำปางไม่สะพัดเท่าเดิม เกิดการฟื้น “ความทรงจำร่วม” เรื่องคำสาปเมือง

3.“คนสมัยคนลำปาง”

“คนสมัยคนลำปาง” (พ.ศ. 2459– ก่อน พ.ศ. 2512 = 53 ปี):
3.1 รถไฟสายเหนือมาถึงพร้อมความทันสมัยแบบกรุงเทพฯ ที่คนลำปางภูมิใจ จนมีคำพูดว่า “คนงามคนลำพูน คนใจบุญคนเชียงใหม่ คนสมัยคนลำปาง”
3.2 เมื่อรถไฟมา เกิดรถม้าวิ่งรับส่งจากสถานีเข้าเมือง เกิดตลาดเก๊าจาว ใกล้สถานีรถไฟ (+ย่านสบตุ๋ย เพื่อรองรับสินค้าจากรถไฟ) สะพานรัษฎาภิเศก เปลี่ยนเป็นสะพานคอนกรีต
3.3 สิ่งร่วมสมัยที่เกิดขึ้นโดยมี กรุงเทพฯ เป็นต้นแบบ ก็มาถึงลำปางด้วย อาทิ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง (จากสุขาภิบาลเป็นเทศบาลเมืองลำปาง) งานฉลองรัฐธรรมนูญ&งานฤดูหนาว&ประกวดนางงาม โรงภาพยนตร์ เครื่องบินและสนามบิน ฯลฯ แฟชั่นในสมัยนั้นคือแต่งตัวสวยๆ นั่งรถม้าพาครอบครัวไปดูหนังในตอนค่ำ
3.4 ยุคนี้เศรษฐกิจดี มีชามตราไก่จาก “โรงถ้วย” (ต่อมาเป็นโรงงานเซรามิก) เป็นสินค้าเลื่องชื่อ มีธนาคารมาเปิดสาขา 3.5 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นใช้ลำปางเป็นฐานทัพ วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.

2.สัมปทานป่าไม้&ชุมชนนานาชาติ

2. สัมปทานป่าไม้&ชุมชนนานาชาติ (พ.ศ. 2417 – ก่อนพ.ศ. 2459 = 42 ปี)

2.1 ยุคทำไม้สัก มีคนนานาชาติเข้ามามาก คิวปิดที่วิหารพม่าวัดพระแก้วดอนเต้า เป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงการปะทะสังสรรค์ทางวัฒนธรรมในยุคที่ลำปางเป็นศูนย์กลางการค้าและชุมชนนานาชาติ

2.2 ช่วงปี พ.ศ. 2420-2460 (ร.5-ต้น ร.6) นครลำปางเป็นศูนย์กลางการค้าไม้สักภาคเหนือ “สนธิสัญญาเชียงใหม่” พ.ศ. 2417 และ พ.ศ. 2426 ส่งผลให้บริษัทอังกฤษและคนในบังคับของอังกฤษเข้ามาในลำปางมาก ตลาดกองต้าหรือตลาดจีนริมน้ำวังคึกคักและขยายขึ้น เกิดอาคารบ้านเรือนสมัยใหม่หลังใหญ่โต หัวหน้าคนงานชาวพม่าและคนงานหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ในชุมชนท่ามะโอ เป็นหลัก ต่อมาสร้างวัดพม่า หลายวัด มีสถานีมิชชันนารี มาตั้ง ณ ลำปาง (พ.ศ. 2428) เกิดโรงเรียนและโรงพยาบาลสมัยใหม่ต่อมา

2.3 เมื่อสยามเปลี่ยนการปกครองเป็นระบบมณฑล ลำปางเปลี่ยนจากหัวเมืองประเทศราชมาเป็นหัวเมืองสำคัญในภาคเหนือ มีข้าหลวงประจำเมือง (จังหวัด) มาดูแล (พ.ศ. 2442) ในปี พ.ศ. 2445 เกิดกบฏเงี้ยวยึดเมืองแพร่ ต่อมาจะยึดลำปางแต่ไม่สำเร็จ

1.จากเขลางค์นครสู่นครลำปาง

1. จากเขลางค์นครสู่นครลำปาง (พศว.13 - ก่อน พ.ศ. 2417=1194 ปี)

1.1 ลำปางมีชื่อเรียกตามการตั้งเมือง 3 รุ่นคือ “เขลางค์นคร” “เวียงลคอร”และ “นครลำปาง” เจ้าเมืองมีอำนาจเต็มที่ ยุคหนึ่งมีตำนานเล่าถึงคำสาปของนางสุชาดาว่า “หากตนถูกเจ้าเมืองสั่งประหารทั้งที่บริสุทธิ์ขอให้บ้านเมืองไม่เจริญ”

1.2 เขลางค์นคร คือเมืองยุคแรกที่พระนางจามเทวีให้พระเจ้าอนันตยศโอรสองค์ (แฝด) น้องครองในฐานะเมืองน้องของอาณาจักรหริภุญไชย มีพื้นที่ 600 ไร่ ผังเมืองเป็นรูปหอยสังข์ มีวัดพระแก้วชมพู (วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม) เป็นศูนย์กลาง เมื่อพระยามังรายแผ่อำนาจ ให้ตั้ง “เมืองนคร” หรือ “เวียงลคอร” ในปกครองของอาณาจักรล้านนา มีพื้นที่ 180 ไร่ มีวัดกลางเมืองคือวัดศรีจอมไคล (วัดปงสนุก) แต่งตั้งชนชาติมิลักขุ (ลัวะ) ครองเมือง สมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนขบวนช้างอัญเชิญพระแก้วมรกตจากเชียงแสนสู่ล้านนาหยุดอยู่ที่ลำปาง พระแก้วมรกตจึงประดิษฐาน ณ วัดพระแก้วดอนเต้า 32 ปี ต่อมาลำปางและล้านนาตกอยู่ท่ามกลาง 2 มหาอำนาจแห่งอุษาคเนย์ (หงสา+อังวะ และอยุธยา) ราว 200 ปี

1.3 พ.ศ. 2275 พ่อเจ้าหนานทิพย์ช้างปลดแอกตั้งตนเป็นเจ้าเมือง (เป็นต้นราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน) เจ้ากาวิละ เจ้าเมืองลำดับ ๓ ได้เลื่อนขึ้นครองเชียงใหม่ เจ้าคำโสม เจ้าเมืองลำดับ ๔ ย้ายเมืองข้ามฝั่งน้ำ ยุคนี้ “นครลำปาง” คือเมืองเครือญาติของเชียงใหม่ มีพื้นที่ 350 ไร่ มีหอคำและวัดหลวงไชยสัณฐาน (วัดบุญวาทย์วิหาร) เป็นศูนย์กลาง ต่อมาเจ้าดวงทิพย์ เจ้าเมืองลำดับ ๕ สร้างความเจริญต่างๆ และกวาดต้อนชาวเชียงแสนมาอยู่ย่านเมืองเก่าลำปาง